John Ripley ตำนานนาวิกฯ ผู้ระเบิดทั้งสะพานด้วยสองมือ Valor Tactical

ในทุกสมรภูมิย่อมมีตำนาน และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่อง
ที่เรียกได้ว่าล้ำไม่เหมือนใคร เพราะเรื่องราวของ นาวิกฯ ผู้นี้
เรียกได้ว่าล้ำไม่ต่างจากหนัง Action ที่เราเคยดูกันเลย !

This is how ‘Ripley at the Bridge’ became a Marine Corps legend

ผู้กอง John Ripley ( ยศในขณะนั้น ) ได้รับภารกิจในการเดินลาดตระเวน
เพื่อสำรวจพื้นที่แถวๆสะพานดงฮา ( Dong-Ha Bridge ) ซึ่งในขณะนั้น
เรียกได้ว่าดันมาตรงกับการเคลื่อนพลครั้งใหญ่ของกองทัพเวียดนามเหนือ
ในปฏิบัติการที่ชื่อว่า " Easter Offensive " ซึ่งเป็นการเคลื่อนพลระดับใหญ่
และเป็นปฏิบัติการที่หน่วยเวียดนามเหนือ ทำการบุกโจมตีฐานของกองกำลังสหรัฐ
ที่ใหญ่ที่สุด และเป็นการบุกที่ทางเวียดนามเหนือใช้กำลังพล
เยอะที่สุดในสงครามเวียดนามอีกด้วย

ซึ่งใน ณ ตอนนั้น Ripley ต้องพบกับทหารเวียดนามเหนือถึง 20,000 นาย 
และรถถังอีกมากกว่า 200 คัน ที่เตรียมเคลื่อนพลเข้ามาบุกยังเวียดนามใต้
โดยที่สิ่งที่คั่นกลางมีเพียงแค่สะพานดงฮาเท่านั้น ... 

This is how ‘Ripley at the Bridge’ became a Marine Corps legend

แน่นอน .. ด้วยกองกำลังที่อยู่กับ Ripley ไม่สามารถหยุดยั้งรถถังและทหารเวียดนามเหนือ
จำนวนขนาดนั้นได้ สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้คือ " ขอความช่วยเหลือ "

แต่สิ่งที่ได้กลับมา .. กลับเป็นคำสั่งสั้นๆจากผู้บังคับบัญชาว่า
" ให้ตรึงกำลังไว้จนกว่ากองร้อยที่มีจะละลาย " เรียกได้ว่าเป็นคำสั่งฆ่าตัวตาย
ของหน่วยเลยก็ว่าได้ แต่ถึงยังไง ความหวังเดียวของ Ripley ที่จะรอดจากที่นั่น
โดยที่ภารกิจยังลุล่วงได้ นั่นคือ " ต้องระเบิดสะพานทิ้งเท่านั้น "

ด้วยสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยมรสุม ทำให้การสนับสนุนทางอากาศไม่สามารถทำได้
ยังไม่รวมกับอุปกรณ์ต่างๆที่มีก็ไม่สามารถสู้รบกับบรรดากองกำลังเวียดนามเหนือ
ที่เรียกได้ว่าตอนนั้นแทบจะยึดอีกฝั่งหนึ่งของสะพานเรียบร้อยแล้ว

Ripley เดินทางมาที่สะพานพร้อมกับพลขับรถถัง James Smock 
ที่เป็นทหารอเมริกันอีกคนที่อยู่และเป็นพยานในเหตุการณ์นี้
ซึ่งพวกเขาได้พบกับทหารช่างของเวียดนามใต้ที่กำลังแบก TNT
น้ำหนัก 500 ปอนด์ เพื่อเตรียมระเบิดสะพานทิ้ง

แต่ปัญหาก็คือ .. เขาไม่สามารถระเบิดสะพานทิ้งได้เพราะตำแหน่งที่วาง
ไม่สามารถทำได้ วิธีเดียวที่จะทำได้ คือต้องระเบิดคอสะพาน ซึ่งในตอนนี้
ทหารเวียดนามเหนือนับหมื่นคนกำลังตรึงกำลังอยู่ตรงนั้น และยังไม่รวมกับ
บรรดาลวดหนามรอบด้านเพื่อป้องกันไม่ให้ใครสามารถเข้าไปติดตั้งระเบิดได้

John Ripley Vietnam coffee or die

ในวินาทีนั้นเอง John Ripley ได้ตัดสินใจในการปฏิบัติภารกิจที่เรียกได้ว่า
บ้าบิ่นระดับตำนาน นั่นคือตนจะเป็นคนแบกชุดระเบิดไปติดตั้งที่อีกฝั่งของสะพาน
ด้วยตัวคนเดียว ด้วยวิธีการปีนลอดใต้สะพานสลับไปเรื่อยๆจนกว่าจะเสร็จ !

เรียกได้ว่าเป็นแผนที่บ้าบิ่นมาก แต่ Ripley ก็ไม่ได้เป็นเพียงผู้กล้าคนเดียว
แต่ยังมีจ่า Huynh Van Luom จากกองทัพเวียดนามที่อยู่คู่กับ Ripley 
ตัดสินใจที่จะบุกเข้าไปเพื่อซื้อเวลาให้ Ripley ด้วยการระดมยิงไปยังรถถัง
เพื่อดึงดูดความสนใจ และช่วยซื้อเวลาจนกว่า Ripley จะติดตั้งระเบิดสำเร็จ 

ตลอด 3 ชั่วโมงที่ Ripley ปีนอยู่บนสะพานโดยที่ทั้งกองพันเวียดนามเหนือไม่รู้
โดยสิ่งเดียวที่ Ripley มีอยู่ นั่นคือมือสองมือ และความแข็งแกร่งของร่างกาย
ที่จะนำพาตัวเองปีนข้ามสะพานไปกลับเรื่อยๆเพื่อติดตั้งระเบิดใต้สะพานดังกล่าว

This is how ‘Ripley at the Bridge’ became a Marine Corps legend

ลองนึกภาพดูว่าเราทำการดึงข้ออยู่บนราว เวลาหลักนาทีก็ถือว่าลำบากมากแล้ว
แต่นี่คือเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง โดยที่ร่างกายยังคงแบก TNT และอุปกรณ์อื่นๆ

แต่ความบันเทิงยังไม่สิ้นสุดแค่นั้น ... แม้ว่าจะซื้อเวลาได้ดีแค่ไหน
และ Ripley จะปีนด้วยความเงียบแค่ไหน แต่สุดท้ายความก็ดันแตกจนได้
เมื่อมีทหารเวียดนามเหนือสังเกตุเห็นว่ามีคนปีนอยู่ใต้สะพาน ! 

Ripley ถูกระดมยิงโดยเหล่าทหารเวียดนามเหนือทันที และแน่นอนว่า
สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนั้น คือหลบหลีกห่ากระสุนด้วยสองมือ ใช่ครับ ..
Ripley ใช้สองมือในการปีนสะพานเพื่อหลบดงกระสุนที่ทหารยิงอัดเข้าหาเขา
โดยสิ่งที่ช่วยป้องกัน Ripley ได้ ก็คือโครงสร้างของสะพานที่เขาอยู่นั่นแหละ

This is how ‘Ripley at the Bridge’ became a Marine Corps legend

และความบันเทิงก็มาถึงขั้นสุดท้าย .. เมื่อระเบิดที่ Ripley
ติดตั้งมาตลอด 3 ชั่วโมง กลับกลายเป็นว่าตัวเขาไม่มีตัวจุดระเบิด ! 
สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือการติดตั้งชนวนในรูปแบบของ Timing Fuel
ซึ่งในตอนนั้นเขาไม่มีทางรู้เลยว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ก่อนที่จะระเบิด

สิ่งเดียวที่ Ripley ทำในตอนนั้น คือเขาทำการเชื่อมชนวนระเบิด
คูู่กับฟิวส์จุดระเบิด ด้วยการกัดสายไฟ ! ใช่ครับ เขาใช้ปากในการคาบสายไฟ
ที่เชื่อมต่อระหว่างฟิวส์จุดระเบิดกับสายชนวน 

ในวินาทีนั้น .. หากเขาไม่คาบสายไฟได้แน่นพอ ระเบิดก็จะไม่ทำงาน
แต่ถ้าเขาคาบสายแรงเกินไป หัวของเขาก็จะระเบิดแทน ...
แต่ถึงตอนนั้น Ripley ก็เลือกที่จะใช้ปากในการคาบสายชนวน
จนกระทั่งทหารอีกคนหนึ่งสามารถเข้าถึงตัวจุดระเบิดได้

และความพยายามก็สำเร็จ ! ระเบิดที่ Ripley ติดตั้งไว้สามารถระเบิด
ทั้งสะพานดงฮา และตัดความหวังในการที่ทหารเวียดนามเหนือจะเคลื่อนพล
เข้ามายังพื้นที่เวียดนามใต้ เรียกได้ว่าปฏิบัติการที่บ้าบิ่นของ Ripley 
ช่วยซื้อเวลาให้กับเวียดนามใต้ และทำให้กองกำลังเวียดนามเหนือ
ไม่สามารถบุกเข้ามาในพื้นที่เวียดนามใต้ได้ยาวนานถึง 3 ปีเลยทีเดียว 

John Ripley รอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้น
และได้รับเหรียญกล้าหาญ Navy Cross

และวีรกรรมของเขาก็ได้รับการบันทึก
รวมไปถึงมีรูปปั้นที่จำลองเหตุการณ์ของ Ripley
ที่มีชื่อว่า " Ripley at the Bridge " 
โดยมีการประจำอยู่ที่โรงเรียนนายเรือของกองทัพสหรัฐ

This is how ‘Ripley at the Bridge’ became a Marine Corps legend

John Ripley ได้กลับมาที่เวียดนามอีกครั้ง และได้ถ่ายรูปคู่กับสะพานดงฮา 
( ที่มีการซ่อมแซมใหม่หลังจากนั้น ) อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับวางป้าย
เพื่อยืนยันวีรกรรมระดับตำนานของเขา

John Ripley ได้รับใช้กองทัพมามากกว่า 35 ปี เกษียณในปี 1992
และเขาได้จากไปอย่างสงบในปี 2008 ด้วยอายุ 69 ปี 

หลังจากนั้นไม่นาน ตำนานและวีรกรรมของเขาก็ได้รับการบรรจุ
อยู่ใน Hall of Fame ของ US Army Ranger ซึ่งเขาคือนาวิกโยธินรายแรก
ที่ได้รับการบรรจุรายชื่ออยู่ในนั้นด้วย และเรื่องราวความสำเร็จของเขา
ก็ได้รับการพัฒนามาเป็นหนึ่งในเนื้อหาการฝึกของหัวข้อการติดตั้ง
และปลดชนวนระเบิดประจำโรงเรียนของ US Army Ranger จวบจนปัจจุบัน


ที่มา : ‘Hold and Die’ — The Marine Who Became a Legend on Easter Sunday (coffeeordie.com)
This is how 'Ripley at the Bridge' became a Marine Corps legend - We Are The Mighty

ผู้แปล เรียบเรียง : Ronnakrit " Viking " Sripumma 
เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2564

Leave a comment

All comments are moderated before being published