ซองปืน ถือเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกซื้อ เพราะซองปืนแต่ละแบบมีการใช้งานที่แตกต่างกัน และเหมาะกับการใช้งานในหลายภารกิจ การเลือกใช้งานซองปืนไม่ได้มีแค่เรื่องของความสวยงามหรือวัสดุเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ระบบการยึดรั้งปืน (Retention Level) เป็นมาตรฐานความที่ต้องปลอดภัยในการใช้งาน และแบ่งระดับความปลอดภัยในการป้องกันไม่ให้ปืนหลุดออกจากซอง
โดยหลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า ซองปืน Level 1, Level 2 ไปจนถึง Level 4 อยู่บ่อยๆ แต่เคยสงสัยไหมว่า ซองปืนแต่ละ Level คืออะไร มีกลไกการทำงานต่างกันอย่างไร และแบบไหนที่เหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจระบบความปลอดภัยของซองปืน Level ต่างๆอย่างละเอียด เพื่อให้คุณเลือกซองปืนที่ถูกต้อง ปลอดภัย และตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด
ทำความเข้าใจระบบ Retention Level
ระบบ Retention Level ในซองปืนแต่ละ Level ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อ เป็นมาตรฐานความปลอดภัย ในการใช้งาน โดยซองปืนแต่ละ Level จะอ้างอิงจาก ขั้นตอนที่ผู้ใช้งานทำการปลดล็อกปืนออกจากซองปืน Level สูง ยิ่งมีความปลอดภัยในการป้องกันการถูกแย่งปืนก็ยิ่งสูงขึ้นตาม แต่การใช้งานก็ต้องแลกมาด้วยความซับซ้อนและเวลาในการชักปืนที่ต้องใช้เวลาที่นานขึ้น อธิบายง่ายๆ Level ยิ่งเพิ่ม การใช้งานยิ่งซับซ้อน และต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอให้ใช้งานได้คล่องตัว โดย VALOR Tactical Store เรามีคลิปสอนการชักปืนออกจากซอง สำหรับมือใหม่ที่พึ่งเริ่มใช้งาน สามารถดูได้ในวิดีโอด้านล่าง
ซองปืนแต่ละแบบ Level 1 - Level 4 แตกต่างกันยังไง
ซองปืน Level 1 เน้นความรวดเร็ว และเข้าถึงง่าย
ซองปืน Level 1 คือซองปืนที่มีระบบการยึดรั้งพื้นฐาน แน่นการใช้ นิยมเรียกว่า ซองปืน Friction ใช้ แรงเสียดทาน ระหว่างตัวซองกับปืน ไม่ได้มีกลไกซับซ้อนมาก ส่วนมากมีกลไกการล็อกเพียงจุดเดียว เช่น ตัวซองจะถูกขึ้นรูปให้แนบสนิทกับเรือนปืน ซองปืน Level 1 เหมาะกับใคร
- นักกีฬายิงปืน ที่ต้องการความเร็วสูงสุดในการชักปืนทำเวลาในการแข่งขัน ซองที่เหมาะสมที่สุดคือ ซองพกนอก Level 1 (ธรรมดา)
- ผู้ใช้งานซองปืนมือใหม่ เนื่องจากเป็น ซองปืนพื้นฐานทำให้ผู้ใช้งานมือใหม่ใช้งานได้ง่าย
โดยซองปืน Level 1 มีข้อดี หลัก ๆ ดังนี้
- ชักปืนได้รวดเร็วที่สุด ซองปืน Level 1 มีกลไกล็อกซับซ้อนน้อยที่สุด เพียงแค่จับด้ามปืนแล้วดึงขึ้นตรงๆ ก็สามารถนำปืนออกมาใช้งานได้ทันที
- ขนาดกะทัดรัดน้ำหนักเบา มักผลิตจากวัสดุ Kydex หรือพลาสติกขึ้นรูป ทำให้ซองมีขนาดเล็ก พกพาสะดวก แนบเนียนกับร่างกาย
- Level 1 ดูแลรักษาง่าย ไม่มีชิ้นส่วนการประกอบไม่ซับซ้อนมาก ทำให้ทำความสะอาดฝุ่นและสิ่งสกปรกง่าย
ซองปืน Level 2 เน้นความเร็ว และความปลอดภัย
ซองปืน Level 2 มี ขั้นตอนในการปลดล็อก 2 ขั้น โดยยังคงมีการล็อกแรงเสียดทานอยู่ และเพิ่มกลไกการล็อกแบบกด หรือ ปลด เข้ามา รวมเป็นการล็อกแบบ 2 ขั้นตอน การปลดล็อก ผู้ใช้จะต้องทำการกดปุ่ม ปลดสลัก หรือใช้หัวแม่มือ/นิ้วชี้กดกลไกปลดล็อก จึงจะสามารถชักปืนออกจากซองได้ ตัวอย่างกลไกที่คุ้นเคย เช่น ซองปืน G-Code XSR Level 2 Duty Holster โดยซองปืน Level 2 เหมาะคนกลุ่ม
- เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ ที่ต้องการความปลอดภัยเพิ่มขึ้น
- Level 2 เหมาะกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สาธารณะ อาจจะต้องเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
โดยข้อดีของการใช้งาน ซองปืน Level 2 มี ดังนี้
- ป้องกันปืนตกหล่นได้ แม้ในขณะวิ่ง หรือออกกำลังกายหนัก ปืนก็จะไม่หลุดออกจากซอง เพราะต้องใช้การ ปลดล็อกผ่านนิ้วมือ
- ป้องกันการถูกแย่งปืนระดับเริ่มต้น หากผู้ที่ไม่เคยใช้งาน หรือไม่คุ้นเคยกับระบบกลไกซองนี้ จะไม่สามารถดึงปืนออกจากซองได้
- ความเร็วในการชักปืน หากฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ (Muscle Memory) การกดปลดล็อกพร้อมกับการจับด้ามปืนจะเกิดขึ้นพร้อมกันในจังหวะเดียว ทำให้แทบไม่เสียเวลาในการชักปืน
ซองปืน Level 3 ซองปืนสำหรับเจ้าหน้าที่
ซองปืน Level 3 คือซองปืนที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์การต่อสู้ระยะประชิด โดยเพิ่มมีกลไกล็อกเป็น 3 ชั้น คือ แรงเสียดทานตัวซอง 2 สลักครอบทายสไลด์ นกสับ กลไกล็อกช่องคายปลอกหรือหน้าโกร่งไก (ALS หรือปุ่มกด) ผู้ใช้ต้องทำการปลดสลักครอบ (Hood) และกดกลไกล็อกภายในพร้อมกัน ปืนจึงจะถูกปลดปล่อยออกจากซอง แล้วซองปืน Level 3 เหมาะกับกลุ่มต่อไปนี้
- เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ที่ต้องเผชิญหน้ากับบุคคลเสี่ยงในระยะใกล้เป็นประจำ ป้องกันการถูกแย่งปืน ที่มีโอกาสโดนเบียดเสียดหรือกระชากอุปกรณ์จากตัว
- เจ้าหน้าที่ปราบปรามและใช้งานยุทธวิธีพิเศษโดยเฉพาะ เช่น SWAT ทหาร ที่ต้องปฏิบัติภารกิจในสภาวะเสี่ยงสูง ที่ต้องการความปลอดภัยในการใช้งาน
ข้อดีของซองปืน Level 3 ปกป้องจากทุกความเสี่ยง
- ความปลอดภัยจากการถูกแย่งปืน ซองปืน Level 3 เป็นซองปืนที่มีความปลอดภัยสูง แม้ฝ่ายตรงข้ามจะเข้าถึงตัวและพยายามดึงปืน ก็ไม่สามารถเอาปืน ออกจากซองได้ หาก ไม่ได้รู้ขั้นตอน จังหวะการปลดล็อกที่ถูกต้อง ซองปืน Level 3 ถือว่าเป็นซองปืนที่มีความปลอดภัยสูง
- ซองปืนที่เจ้าหน้าที่เลือกใช้จริง เจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงสามารถจดจ่อกับการควบคุมสถานการณ์ตรงหน้าได้โดยไม่ต้องกังวลว่าปืนจะถูกปลดออกจากซอง
- ทนทาน แข็งแรงสูง ซองปืน Level 3 มักออกแบบมาสำหรับการใช้งานหนัก ทนทานต่อแรงกระแทกและสภาพแวดล้อม จึงเหมาะสำหรับการใช้งานยุทธวิธี
วิธีการใช้งาน ซองปืน สามารถคลิกดูได้ที่วิดีโอประกอบการสอนด้านล่าง
ซองปืน Level 4 ปกป้องขั้นสุดสูง สำหรับภารกิจพิเศษ
ซองปืน Level 4 เป็นซองปืนที่มีระดับความปลอดภัยสูงสุดที่มีในปัจจุบัน โดยเป็นการนำซองปืน Level 3 มาเสริมด้วยอุปกรณ์ล็อกชั้นที่ 4 เช่น ฝาครอบล็อกพิเศษ เป็นกลไกล็อกที่ต้อง อาศัยนิ้วมือทำการปลดล็อก 3-4 จังหวะแยกกัน ทำให้การนำปืนออกจากซองต้องอาศัยทักษะและการฝึกฝนระดับสูงอย่างยิ่ง ซองปืนระดับที่ 4 จึงเหมาะกับ
- เจ้าหน้าที่ในเรือนจำ / เจ้าหน้าที่ย้ายผู้ต้องหาเสี่ยงสูง ที่ต้องคล่องแคล่วและใกล้ชิดกับผู้ต้องข้ามขั้นร้ายแรงตลอดเวลา
- หน่วยปฏิบัติการพิเศษเฉพาะทาง ที่ต้องการความปลอดภัยของอาวุธระดับสูงสุดในภารกิจเฉพาะกิจ
ข้อดีของการใช้งาน ซองปืน Level 4
- ปลอดภัยสูงสุดที่สุด เป็นซองปืนที่ปลอดภัยมาก แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ที่ไม่ได้รับการฝึกฝนจะสามารถปลดปืนออกจากซองนี้ได้
แต่ซองปืน Level 4 ไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ ผู้ผลิตบางรายจึงไม่ได้มีสินค้าเพื่อรองรับการใช้งานถึง Level 4 และการใช้งานที่ซับซ้อน ถึง 4 ขั้นตอนทำให้การใช้งานที่ช้ากว่าซองปืน Level 1-3 หากเจอเหตุการณ์ฉุกเฉินอาจจะหยิบใช้งานอุปกรณ์ไม่ทันท่วงที ซองปืน Level 4 จึงได้รับความนิยมน้อยในประเทศไทย
สรุปตารางเปรียบเทียบซองปืน Level 1 - 4
| ระดับ | กลไกความปลอดภัย | จุดเด่น | เหมาะสำหรับ |
| Level 1 | แรงเสียดทาน สกรูแน่น | ชักปืนไวที่สุด เล็ก เบา | นักกีฬายิงปืน, พกซองใน (IWB) |
| Level 2 | แรงเสียดทาน + ปุ่มกด/สวิตช์ล็อก | ปลอดภัย ปืนไม่ตก ชักปืนได้เร็ว | ตำรวจนอกเครื่องแบบ, พกซองนอกสนาม |
| Level 3 | แรงเสียดทาน + สลักครอบ + กลไกล็อกภายใน | กันถูกแย่งปืนได้สูงมาก | ตำรวจสายตรวจ, ทหาร, หน่วยยุทธวิธี |
| Level 4 | Level 3 + ฝาครอบล็อกพิเศษเสริม | ปลอดภัยสูงสุดในทุกมิติ | เจ้าหน้าที่เรือนจำ, คุมตัวผู้ต้องหาเสี่ยงสูง |
เลือกซองปืนที่ใช่ เสริมความมั่นใจในทุกภารกิจ
การเลือกซองปืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า Level ไหน ดีที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่า Level ไหนเหมาะกับรูปแบบการใช้งาน ถึงแม้คุณเลือกใช้งานซองปืนที่ดีที่สุด แต่เลือกใช้ไม่เหมาะกับสถานการณ์ อาจจะทำให้คุณเสียเปรียบได้ การเลือกหากคุณเน้นการพกพาแนบเนียนและชักปืนได้ไว ซอง Level 1 เป็นตัวเลือกที่เหมาะ แต่หากคุณเป็นเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติงานภาคสนามซอง Level 2 หรือ Level 3 จะช่วยสร้างความปลอดภัยให้ชีวิตของคุณได้ดีกว่า บทความนี้ คือการสรุปให้เห็นภาพรวม ไม่ใช่มาตรฐานที่ผู้ผลิตทุกเจ้ายึดถือ ผู้ใช้ควรตรวจสอบก่อนเลือกใช้งาน
ไม่ว่าคุณกำลังมองหาซองปืนสำหรับฝึกซ้อม พกพาในชีวิตประจำวัน หรือใช้งานในภารกิจระดับมืออาชีพ Valor Tactical พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ เราคือศูนย์รวมอุปกรณ์ยุทธวิธีและซองปืนคุณภาพสูงจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยและความทนทาน มีให้เลือกครบครันตั้งแต่ซองปืน Level 1 จนถึงซองปืนยุทธวิธี Level 2 และ Level 3 สำหรับเจ้าหน้าที่
นอกจากซองปืนที่ทางร้านมีจำหน่ายแล้ว ยังจำหน่ายอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องกับปืน ซองแม็กกาซีน ถุงทิ้งแม็กกาซีน อุปกรณ์ที่ใช้งานกับปืน เช่น หูฟังยิงปืน กระเป๋าปืน และปืนจำลองสำหรับฝึกซ้อม ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการพกพาปืนได้ดี ใครสนใจอุปกรณ์แต่งปืน สามารถเข้าชมสินค้าใน เว็บไซต์ VALOR Tactical Store และหน้าร้านทุกสาขา ใครเคยใช้งาน หรือ มีประสบการณ์กับซองปืน Level ไหนบ้าง สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่ ช่องคอมเมนต์ด้านล่างเลย
อ่านบทความเพิ่มเติม :
แว่นตานิรภัย คือ มีกี่ประเภท ประโยชน์ที่เหมาะกับการปกป้องดวงตา
หูฟัง กันเสียง สำคัญกับการยิงปืนยังไง เสียงปืนอันตรายกว่าที่คุณคิด
คนทั่วไปมีปืนได้ไหม มีปืนต้องขออนุญาตไหม วิธีพกปืนแบบไม่ผิดกฎหมาย
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ยุทธวิธีและระบบความปลอดภัยของซองปืนตามหลักสากลเท่านั้น ทางผู้จัดทำไม่ได้มีเจตนาในการสนับสนุน หรือส่งเสริมให้มีการใช้ใช้อาวุธปืนในทางที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย การครอบครองและการใช้งานอาวุธปืนต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เหมาะสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ การใช้อาวุธปืนและอุปกรณ์เสริมทุกชนิด จำเป็นต้องผ่านการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยอย่างถูกต้อง และต้องอาศัยทักษะความชำนาญในการใช้งานอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยต่อตนเองและสังคม

