ปืน vs มีด | ไขความลับที่ไม่เคยมีใครรู้ของกฏ 21-Feet Rule สิ่งที่คนใช้ปืนไม่ควรพลาด Valor Tactical
" อย่าได้ควงมีดเข้าไปดวลกับปืนตรงๆ "

นับว่าเป็นประโยคขึ้นแท่นคลาสสิคที่หลายๆคน
อาจจะเคยได้ยินพอๆกับประโยคที่ว่า

" แค่พกปืนก็พอแล้ว ไม่ต้องฝึกป้องกันตัวหรอก "

Indiana Jones Shooting The Swordsman : MemeTemplatesOfficial

แต่สำหรับสถานการณ์จริงมันต่างกันเยอะมากไม่เหมือนกับที่เห็นในหนัง
มีเคสตัวอย่างมากมายในโลกอินเตอร์เนตหรือในข่าวที่เกิดขึ้นจริง
ทำให้เราเห็นว่า แม้แต่คนที่ถือปืนก็อาจจะเพลี่ยงพล้ำให้กับคนที่ถือมีด
อาจจะไปจบที่การบาดเจ็บหรือเสียชีวิตทั้งคู่ด้วยก็ได้

อะไรคือตัวแปรนั้น .. และเราจะหลีกเลี่ยงความผิดพลาดนั้นได้อย่างไร ?
ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องนั้น ผมขอพาทุกท่านไปรู้จักกับ
กฏการปะทะ 21 ก้าว หรือ 21-Feet Rule กันก่อนครับ



" The 21-Feet Rule " ถูกเริ่มนำมาพูดถึงในช่วงปี 1983
โดย Lt. Dennis Tueller ครูฝึกประจำโรงเรียนตำรวจในขณะนั้น 
ได้ทำการเขียนบทความลงในนิตยสาร SWAT Magazine 

ที่มีชื่อบทความว่า

" ใกล้แค่ไหนถึงจะเรียกว่าใกล้เกินไป | How CLOSE is TOO CLOSE? "
( ผู้อ่านสามารถคลิกเพื่อเข้าไปอ่านบทความต้นฉบับ
ที่ Tueller เขียนไว้ในยุคนั้นได้เลยนะครับ )


อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "21 FEET COVER OBS TACLE"
โดยในบทความได้กล่าวถึงการรับมือเหตุการณ์เผชิญเหตุระหว่าง
เจ้าหน้าที่ที่พกปืน กับผู้ร้ายที่ใช้มีด นอกเหนือจากขั้นตอนปฏิบัติแล้ว
ทางบทความได้ยกตัวอย่างสั้นๆที่พูดถึงกรณีที่ผู้ร้ายเข้าปะทะกับตำรวจ

และมีการพิสูจน์พร้อมยกตัวอย่างแล้วว่าในระยะประชิดนั้น 
ผู้ร้ายสามารถเข้าถึงตัวเจ้าหน้าที่ก่อนที่เขาจะสามารถหยิบจับ
อาวุธปืนได้ทันเวลาเสียอีก 

นั่นหมายความว่า .. หากคุณกับผู้ต้องสงสัย
อยู่ห่างในระยะที่ต่ำกว่า 21 ก้าว
คุณมีโอกาสที่จะถูกผู้ต้องสงสัยที่ถือมีดหรือของแข็ง
ทำร้ายจนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ แม้ว่าคุณจะพกปืนก็ตาม !!


ซึ่งเคยมีการทดลองจนได้ข้อสรุปกันคร่าวๆว่า 
มนุษย์หนึ่งคนที่ทำการเคลื่อนที่ด้วยการวิ่ง
ภายในระยะทาง 21 ฟุต จะใช้เวลาเฉลี่ย
อยู่ที่ประมาณ 1.5 วินาที
( ในการทดลอง ผู้ที่วิ่งเร็วสุดคือ
ใช้เวลา 1.24 วิ และช้าสุดที่ 1.83 วิ )

หลังจากนั้นทฤษฏีนี้ก็ได้รับการยอมรับมากมาย และก่อกำเนิด
การฝึกที่มีชื่อว่า Tueller Drill รวมไปถึงการก่อกำเนิดของกฏ 21 ก้าว 
ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำความเข้าใจ และรู้จักกับหลักการตัวนี้
ก่อนปฏิบัติหน้าที่จริง ..

ซึ่งใน Drill การฝึกก็มีหลากหลายมากมาย จำลองการตัดสินใจ
ในการเผชิญเหตุมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฝึกการชักปืนจากซองปืน
การถอยเพื่อสร้างระยะ หรือการเบี่ยงหลบเพื่อลดโอกาสการปะทะ

Northern California officer who was filmed pulling gun on unarmed man put  on leave | Daily Mail Online

คราวนี้ปัญหาคืออะไร ? ปัญหาก็คือแม้ว่าจะมีกฏ 21 ก้าวก็ตาม
การสูญเสียและข้อผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ก็ยังมีอยู่เช่นเคย

และไม่ใช่เพราะเจ้าหน้าที่ขาดความพร้อมหรือความเข้าใจด้วยซ้ำ
แต่สุดท้ายหลังจากการสืบสวน และเก็บข้อมูล ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ
ได้ค้นพบความจริงอีกข้อหนึ่งที่พูดๆกันในกลุ่ม Community เลยว่า

 

นั่นก็เพราะระยะห่าง 21 ก้าวมันไม่เพียงพอหนะสิ !



ใช่ครับ ... ย้อนกลับไปที่การทดลอง เราจะเห็นว่า
ในคำว่าระยะ 21 ฟุตกับ 1.5 วินาทีนั้น มันเป็นเพียงแค่ค่าเฉลี่ย
และมีหลายคนที่วิ่งได้เร็วกว่านั้น ! และการทดลองนั่นก็จำลอง
จากการที่ผู้ฝึกรู้ตัวอยู่แล้วว่าจะถูกวิ่งเข้ามาทำร้าย และนั่นคือสถิติ
ที่บันทึกไว้ตั้งแต่สมัยปี 1980 นะครับ !


ซึ่งในชีวิตจริงมันไม่ใช่แบบนั้น ทุกอย่างอาจจะเกิดขึ้นเร็วกว่านั้น
และยังมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมายที่ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตัดสินใจได้
จนนำพาไปสู่ความผิดพลาดดังกล่าวได้ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด
, ภาพรวมของสถานการณ์ในตอนนั้น ฯลฯ 

พอมาถึงจุดนี้ จึงมีความพยายามในการปรับเปลี่ยนจากกฏ 21 ก้าว
มาเป็นกฏ 31 ก้าว เพื่อเพิ่มระยะห่างเข้าไปอีก เป็นการคำนวณ
ผ่านความน่าจะเป็นของปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องเพิ่มเข้ามา 
และกำลังจะกลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ที่จะมาแทนที่กฏ 21 ก้าว
 
โดยจุดนี้หลายๆท่านอาจจะเริ่มรู้จักภายใต้ชื่อ 31-Feet Rule นั่นเองครับ

Vegas police: Man killed by officers refused to drop knife

เมื่อผู้อ่าน อ่านมาถึงจุดนี้อาจจะคิดว่านี่คือความลับของกฏ 21 ก้าว
ที่ผมเขียนไว้ในหัวเรื่องหรือเปล่า ? ถามว่าปัญหานั้นจบลงหรือยัง
หลังจากเปลี่ยนเป็นกฏ 31 ก้าว ? คำตอบคือ ... " ไม่ !!! " 

ความบันเทิงที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นต่อจากนี้ต่างหาก 
เพราะผมกำลังจะบอกกับทุกท่านว่า ความลับที่แท้จริง
ของ 21-Feet Rule นั่นก็คือ ...

" กฏระยะ 21 ก้าว มันไม่เคยถูกนับว่า
เป็นกฏข้อปฏิบัติใดๆมาก่อน และไม่ควร
ถูกนำมาเรียกว่าเป็นกฏด้วยซ้ำ ! "
อะไรนะ ! นั่นหมายความว่าที่ผมพิมพ์มาทั้งหมดก่อนหน้านี้
ทุกอย่างมันเป็นเรื่องโกหกงั้นหรือ ?

ไม่ใช่แบบนั้นซะทีเดียวครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆก็คือ
เราไม่สามารถกำหนดระยะปลอดภัยเป็นตัวเลขเปะๆ
ให้กับทุกคนหรือทุกสถานการณ์บนโลกนี้ได้

คนที่จะรู้ว่าระยะไหนคือระยะที่ปลอดภัยจริงๆ
นั่นก็คือตัวคุณเอง มีเพียงตัวคุณเองเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด !

ไม่ใช่ยึดตามกฏว่าคุณอยู่ห่าง 31 ก้าว
แล้วมันจะอันตรายและถ้าผู้ร้ายอยู่ห่างคุณ
ซัก 32 ก้าวแล้วคุณจะรอดแน่ๆ มันไม่ใช่เลยครับ ! 

และถ้าเราเอาแต่โฟกัสกันที่ตัวเลขระยะห่างของก้าว
สุดท้ายในการปะทะเราอาจจะไปจบที่ภาพแบบนี้ครับ .....



ทุกท่านมองเห็นอะไรในภาพไหมครับ ? เห็นการ Grip ปืนไหม 
คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อถึงวินาทีนั้น .. คุณจะชักปืนได้ถูกต้อง
หรือทันเวลาไหม ? ปืนอาจจะกระเด็นออกจากซอง
หากหยิบแบบลุกลี้ลุกลน คุณอาจจะล้ม หรือคุณอาจจะหยิบปืน
แต่อยู่ในท่าที่ไม่ปลอดภัยเลย และนั่นผมหมายถึง
ไม่ปลอดภัยที่คุณจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นั้นด้วยซ้ำ

ใช่ครับ .. คุณชักปืนทัน .. ใช่ครับ .. คุณได้ยิงนัดแรก ..
แต่ยิงโดนไหมนั่นอีกเรื่อง ? ยิงแล้วผู้ร้ายจะล้มเลยไหม ?
นั่นก็อีกเรื่องนึง ... เราจะรอดชีวิตไหม .. นั่นก็อีกเรื่องนึง 
หรืออาจจะแย่กว่านั้น .. คือยิงโดน .. แต่ไปโดนผู้บริสุทธิแทน
ถึงจุดนั้นคุณจะทำอย่างไรต่อไปครับ ...

จุดนี้แม้แต่ Dennis Tueller ผู้ที่เริ่มต้นทฤษฏี
และเขียนบทความ
ยังเคยกล่าวไว้เองในปี 2018 เลยครับ

ว่าความเป็นจริงแล้ว เรืองของกฏ 21 ก้าว
มันเป็นเรื่องของความเข้าใจผิดที่ว่าจะต้องมายึดติด
กับตัวเลขระยะห่างเปะๆระหว่างตัวเรากับผู้ต้องสงสัย

ซึ่งสามารถดูได้จากคลิปนี้ได้เลยครับ

" 21-Foot Principle Clarified
by Dennis Tueller and Ken Wallentine [ 2008 ] "



" มันไม่ได้หมายความว่าถ้าผู้ร้ายอยู่ระยะต่ำกว่า 21 ฟุต
เราต้องทำการยิงทันทีเลยเพราะอยู่ในระยะไม่ปลอดภัย

มันไม่ใช่แบบนั้นเลย การหยิบยกเรื่องระยะห่าง 21 ฟุต
คือความพยายามในการให้ผู้อ่านได้เห็นภาพมากขึ้น
ว่าระยะห่างมีผลต่อการรับมือด้วยอาวุธและแทคติก
ที่แตกต่างกันต่างหาก "

สิ่งที่สำคัญคือ Mindset ที่ถูกต้องในการเผชิญเหตุ ..
ไม่ใช่ตัวเลขระยะห่างระหว่างตัวเรากับผู้ต้องสงสัย

และนั่นคือสิ่งที่ Tueller พยายามจะบอกผ่านบทความ
ไปจนถึงในวีดีโอที่ช่วยขยายความทฤษฏีนั้นครับ



สิ่งที่ควรทำจริงๆ นั่นคือการที่คุณจะต้องลดความสำคัญ
ของคำว่า " 21 ก้าว , 31 ก้าว " นั่นลงไป แต่ไปโฟกัสกันที่
" ระยะปลอดภัยที่แท้จริง " ของตัวคุณเองครับ

สิ่งที่ผมอยากให้ทุกท่านทำความรู้จักกับข้อมูลพวกนี้
และต้องหาคำตอบที่เป็นเวอร์ชั่นของคุณเอง ซึ่งมีดังนี้ครับ

1.Reaction Gap : คือระยะเวลาที่คุณตอบสนอง
กับอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นจริง 
ยกตัวอย่างเช่น ...

ถ้าคุณหันไปเจอผู้ต้องสงสัย ..
และเริ่มมองเห็นความผิดปกติ
ก่อนคุณจะตัดสินใจทำอะไรซักอย่าง
ช่วงเวลานั้นคุณใช้เวลาจริงๆ
ประมาณกี่วินาทีครับ ?

( บางท่านอาจจะเคยได้ยินกับคอนเซปของ OODA Loop
ซึ่งผมจะยกมาพูดในบทความต่อๆไปในอนาคตครับ ) 

what is the 21 foot rule


2.Draw and Fire Time : คือระยะเวลาในการชักปืน
ออกจากซอง
และทำการยิง อันนี้หลายๆท่านน่าจะคุ้นเคยกัน
แต่สิ่งที่อยากให้คำนวณเพิ่มขึ้นมา นั่นคือการใช้งานจริง
คุณใช้ซองปืนรูปแบบไหนกันบ้าง ?

สำหรับเจ้าหน้าที่อาจจะใช้ซองปืน Level 2 Retention 
ที่มีระบบป้องกันการถูกแย่งอาวุธ ซึ่งจะมีขั้นตอน
ในการหยิบปืนจากซองที่เพิ่มมากกว่าเดิมเล็กน้อย




ไปจนถึงลักษณะการบรรจุกระสุนในอาวุธปืน
ก่อนออกปฏิบัติภารกิจ ว่าเราบรรจุอยู่ใน Condition อะไร
เพราะการหยิบใช้งาน ย่อมใช้เวลาแตกต่างกันอยู่แล้ว

ไม่ว่าจะเป็น

Condition 1 คือมีลูกกระสุนในลำเพลิงพร้อมทำการยิง
Condition 3 บรรจุซองกระสุนแต่ไม่มีการขึ้นลำ
และไม่มีลูกกระสุนในลำเพลิง

Polizeieinsatz bei Demo vor „Liebig34″ – B.Z. Berlin

3.Danger zone : คือระยะและตำแหน่งที่อันตรายสำหรับเรา 
ถ้าถูกจู่โจมจากระยะหรือตำแหน่งนี้ นั่นคือเราไม่สามารถ
ที่จะป้องกันตัวได้เลย หรือได้แต่แลกมากับการบาดเจ็บแน่ๆ
เป็นระยะที่รู้ว่าไม่ปลอดภัยสำหรับเราโดยแท้จริง

ถ้าแปลเป็นภาษาชาวบ้านง่ายๆก็คือ .. 
เป็นระยะหรือตำแหน่งที่ถ้าเราถูกโจรปล้นเข้าประชิดตัวได้
สิ่งที่เราทำได้มีแค่ " ยอมและให้กระเป๋าตังค์ไปซะ " เป็นต้น

คำถามคือ .. ระยะ Danger Zone ของเรานั้นอยู่ที่กี่เมตร
และอยู่ในตำแหน่งไหนบ้างของเรา ? จุดบอดสายตา
เราอยู่ตรงไหนบ้าง ? จุดไหนที่เราควรระแวง
หรือควรหันไปให้ความสนใจเป็นพิเศษ 

นั่นคือคำถามที่คุณเท่านั้นสามารถตอบตัวเองได้ครับ

tueller drill

ทุกอย่างที่กล่าวมาจะถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง
เพื่อให้ท่านค้นหาความจริงของท่านเองให้ได้ว่า
" ระยะเวลาตั้งแต่เราสังเกตุเห็นอันตราย 
ไปจนถึงการตัดสินใจหยิบอาวุธปืนขึ้นมาต่อสู้นั้น 
จริงๆแล้วเราใช้เวลากี่วินาทีกันแน่ ? "
ซึ่งจุดนั้นก็จะนำพาเราไปสู่อีกเรื่องนึงที่สำคัญไม่แพ้กันเลย
นั่นคือ Situation Awareness : ซึ่งนั่นคือการสังเกตุการณ์ ,
ประเมินสถานการณ์ 
และความน่าจะเป็นที่เกิดขึ้นโดยรอบ

ยกตัวอย่างเช่น .. 
การคิดถึงเรื่องที่กำบัง , ทางหนี ,
การรับมือในเคสที่แย่ที่สุด เป็นต้น

สิ่งที่ดียิ่งขึ้น คือการเรียนรู้ว่าเราจะต้องรู้จักกับการ " Get off the X " 
ในตอนเผชิญเหตุ ทำยังไงก็ได้ให้เราไม่กลายเป็นเป้านิ่ง 
การมองหาที่กำบัง หรือการอ่านภาษากาย ( Body Language )
ของคนที่เรากำลังรับมืออยู่ด้วย เพื่อวางแผนในการรับมือต่อไป

Meth, Guns And Aggressive Tactics Combine To Give Colorado One Of Nation's  Highest Police Shooting Rates | Colorado Public Radio

และสุดท้ายเลยก็คือการรู้จักตัวเองให้มากขึ้น
รู้ว่าช่วงเวลาที่เราตัดสินใจไปจนถึงทำการยิงอยู่ที่กี่วินาที
และระยะห่างขนาดไหนที่เรียกได้ว่า " ปลอดภัยจริงๆ "
และระยะไหนที่เราเรียกได้ว่า " ไม่ปลอดภัยแบบสุดๆ "
หลังจากนั้นคุณก็จะมีคำตอบของตัวคุณเองเรียบร้อยครับ 

และนั่นแหละ คือระยะปลอดภัยที่แท้จริงของคุณ
มันอาจจะไม่ใช่ 21 ก้าว หรือ 31 ก้าว
แต่มันคือระยะที่แท้จริงที่คุณรู้ว่าจะทำอะไรต่อไป
พวกกฏ 21 ก้าว มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
แต่คนที่จะให้คำตอบนี้ได้ คือตัวคุณเองนี่แหละ

ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขด้วยการเพิ่มระยะห่าง , หาที่กำบัง 
หรือว่าใช้การวิ่งหนีขณะถูกไล่ตาม เพื่อสร้างจังหวะ
ก่อนทำการยิง หรือใช้เทคนิคการเบี่ยงหลบ , ใช้ที่กำบัง

และมันจะทำให้การฝึก Tueller Drill มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เพราะนั่นคือการฝึกที่จะทดสอบความรู้ความเข้าใจ
ไปจนถึงการค้นหาตัวเอง ว่าถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้นั้น
เราจะรับมือมันได้อย่างไรบ้าง ? 



และเมื่อทุกอย่างจะกลายมาเป็นคำตอบที่สมเหตุสมผลมากขึ้น
เมื่อคุณรู้จักกับตัวเอง ประกอบกับข้อมูลที่ผมกล่าวไว้ด้านบน
และคุณถือคำตอบนั้นอยู่ในมือแล้ว ถึงจุดนั้นคุณจะรู้ได้เอง
ว่าคุณควรใช้เทคนิคไหนในการเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ครับ

และนั่นคือจุดประสงค์ที่แท้จริงของ Tueller Drill 
สิ่งที่ Dennis Tueller พยายามจะบอก 
และนั่นคือความลับของ 21-Feet Rule 
ซึ่งคุณเองจะเป็นคนตอบคำถามนี้ของ Tueller ได้

How Close is too close ? 
ใกล้แค่ไหนถึงจะเรียกว่าใกล้เกินไปสำหรับคุณ ?
ผมเชื่อว่าคุณหาคำตอบนี้ได้ครับ ขอให้สนุกกับการฝึกครับ

 

ผู้เขียน / เรียบเรียง : Ronnakrit " Viking " Sripumma 
เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2564

ข้อมูลเพิ่มเติม : 
The Science Behind the Tueller Drill: Why Knives May Be More Dangerous Than You Think - Tier Three Tactical
The Dangers of the '21-Foot Rule' - U.S. LawShield
The 21-foot “Rule” is Back in the News! | Force Science Institute
Is The 21 Foot Rule Really A Thing? | Gun Belts Blog
The myth of the ‘21-foot’ rule - Blue Line
Recent court cases focus on the 21-foot rule in policing (police1.com)

ทิ้งข้อความไว้

ความคิดเห็นทั้งหมดจะถูกกลั่นกรองก่อนที่จะเผยแพร่